สมัยปัจจุบัน

สมัยปัจจุบัน

 

  

         พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (พ.ศ. ๒๔๙๘ - พ.ศ. ๒๕๕๙)  

                พระองค์ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขภาพอนามัย  จึงทรงริเริ่มโครงการต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้งงานด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพ พระราชกรณียกิจของพระองค์ในช่วงแรกที่ทรงครองราชย์ล้วนแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสาธารณสุข เช่น

๑. ทุนอานันทมหิดล มูลนิธิอานันทมหิดล พ.ศ. ๒๔๙๘

ทรงกรุณาโปรดเกล้าให้จัดตั้ง มูลนิธิอานันทมหิดล” ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาที่มีความสามารถได้ไปศึกษาต่อในระดับสูงในสาขาต่างๆ โดยที่สมเด็จพระราชบิดาได้ทรงศึกษาด้านแพทยศาสตร์ ทั้งยังได้พระราชทานทุนให้กับนักเรียนแพทย์ไปเรียน ณ ต่างประเทศกลับมาเป็นแพทย์มีชื่อเสียงหลายคน จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนให้แก่นักศึกษาแพทย์เป็นประเดิมก่อน

๒. พระราชทานเงินสร้างอาคารโรงพยาบาลต่างๆ 

ทรงพระราชทานรายได้จากการฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่เสด็จประพาสในที่ต่างๆ เป็นทุนทรัพย์ในการก่อสร้างอาคารของสถานพยาบาล เช่น

-    อาคารผู้ป่วย โรงพยาบาลแพร่ จากการฉายภาพยนตร์ชุดเสด็จประพาสภาคเหนือ เมื่อ พ.ศ.  ๒๕๐๒  อาคาร ราชสาทิสโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ธนบุรี จากการฉายภาพยนตร์ชุดเสด็จประพาสภาคใต้ สร้างอาคารคนไข้พิเศษขึ้นและพระราชทานนามว่า ราชสาทิสทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงทำพิธีเปิด เมื่อ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๓

-     อาคารวิจัยประสาทวิทยา โรงพยาบาลประสาท พญาไท จากการฉายภาพยนตร์ชุดเสด็จเยือน เวียตนาม อินโดนีเซีย และพม่า สมทบด้วยเงินที่มีผู้บริจาค เพื่อสร้างตึกวิจัยประสาทวิทยา และเสด็จพระราชดำเนินทรงทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๔

-    อาคารราชประชานุสรณ์ โรงพยาบาลปราจีนบุรี  จากการฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ชุดเสด็จเยือน ประเทศใกล้เคียง สมทบด้วยเงินสะสมของโรงพยาบาล เพื่อสร้างอาคาร ราชประชานุสรณ์อันเป็นนามพระราชทาน พ.ศ. ๒๕๐๔

-      อาคารราชทัย โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จากการฉายภาพยนตร์ชุดเสด็จเยือน เวียตนาม อินโดนีเซีย และพม่า  สมทบด้วยเงินที่พ่อค้าคหบดีบริจาคโดยพระราชกุศลและเงินงบประมาณของจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสร้างอาคาร ราชทัยอันเป็นนามพระราชทาน ใน พ.ศ. ๒๕๐๕  

 

๓. การสนับสนุนงานป้องกันและควบคุมโรค

           พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมสุขภาพและการควบคุมป้องกันโรคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ  โรควัณโรค ทรงกรุณาโปรดเกล้าให้นำเพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็นไปแสดงในงานดนตรีการกุศลเพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือโครงการรณรงค์ต่อต้านวัณโรคแห่งชาติ ของสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  พร้อมกับพระราชทานแบบจำลองเรือรบหลวงศรีอยุธยาที่เป็นผลงานฝีพระหัตถ์ออกประมูลในงานเดียวกัน เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๙ พร้อมทั้งบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเหลืองานด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง 

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างตึกมหิดลวงศานุสรณ์พระราชทานให้สภากาชาดไทยเพื่อสำหรับใช้เป็นห้องปฏิบัติการผลิตวัคซีนป้องกันวัณโรคจนประสบความสำเร็จ วัคซีนดังกล่าวเป็นที่ยอมรับ และองค์การยูนิเซฟได้นำไปใช้เพื่อการควบคุมโรคในหลายประเทศในเอเชียที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของวัณโรค

ในด้านการรักษาวัณโรค พระองค์ทรงแสวงหาตัวยาใหม่ๆ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย โดยขณะ
เสด็จฯ ไปประทับในสวิตเซอร์แลนด์ ทรงสั่งซื้อยาพาราแอมมิไนซาลิไซลิก แอซิค หรือ พีเอเอส ซึ่งเป็นยารักษาวัณโรคขนานที่๒ แต่ในขณะนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก และส่งยาดังกล่าวมารักษาผู้ป่วยในประเทศไทย วิทยาลัยแพทย์ทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา (
American College of Chest Physicians) จึงได้ทูลเกล้าถวายรางวัล Partnering for World Health เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙

โรคขาดสารไอโอดีน

ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ของพระองค์ ทรงพบว่าปัญหาการขาดสารไอโอดีนจนเกิดเป็นโรคคอพอกนั้นยังมีอยู่ในหลายพื้นที่ มีผู้คนที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทจำนวนมากที่เป็นโรคนี้และขอรับการรักษาจากคณะแพทย์หลวงที่ตามเสด็จฯ พระองค์และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยในปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนเป็นอย่างมาก ถึงกับเคยนำเกลือผสมไอโอดีนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปทรงแจกประชาชนในถิ่นทุรกันดารหลายครั้ง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงเริ่มโครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ โดยมีการสำรวจข้อมูล ฝึกอบรมครูตำรวจตระเวนชายแดนให้ตรวจนักเรียน แนะนำการใช้ไอโอดีนหยดในน้ำและการใช้เกลือไอโอดีน จนสามารถแก้ไขปัญหาได้มากในสามปี 

โรคเรื้อน และสถาบันราชประชาสมาสัย

            พระองค์ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการรักษาป้องกันโรคเรื้อนแก่ นายแพทย์สวัสดิ์ แดงสว่าง อธิบดีกรมอนามัย ในเวลานั้น ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน  ต่อมาในพ.ศ. ๒๕๐๑ ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งงานปราบโรคเรื้อนให้เร็วขึ้นกว่ากว่าแผนที่กระทรวงฯ เสนอมา โดยให้เร่งการค้นหาผู้ป่วยเพื่อมารับการรักษา ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์จากทุนอานันทมหิดลและจากผู้ร่วมบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลอีกจำนวนมาก เพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างอาคารวิจัยและฝึกอบรมวิชาโรคเรื้อนในบริเวณของโรงพยาบาลโรคเรื้อนพระประแดง และเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า "สถาบันราชประชาสมาสัยเป็นหน่วยงานในสังกัดกองโรคเรื้อน 

ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เปิดอาคารที่สร้างเสร็จ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๓  พร้อมกับรับเอากองทุนราชประชาสมาสัยที่ตั้งต้นด้วยเงินเหลือจ่ายจากการก่อสร้างอาคารพระบำราศนราดูร มาอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ และยกขึ้นเป็น มูลนิธิราชประชาสมาสัยเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๔          ทรงอธิบายความหมายของคำว่า "ราชประชาสมาสัย" ว่าหมายถึง "พระราชาและประชาชนย่อมพึ่งพาอาศัยกัน" ดังตราของมูลนิธิฯ ที่เป็นรูปดอกบัวสีเหลืองอันเปรียบเหมือนตัวแทนของพระองค์ท่าน บานอยู่กลางน้ำที่เปรียบเหมือนตัวแทนของประชาชน ส่อนัยถึงการพึ่งพาอาศัยกัน

 

๔. โครงการตามพระราชดำริด้านการแพทย์

โครงการพระราชดำริด้านการแพทย์ในช่วงแรกเป็นโครงการในลักษณะนำร่อง มีพื้นที่ขอบข่ายงานจำกัด ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการทดลองดำเนินงาน ได้แก่

๔.๑ หน่วยแพทย์พระราชทาน และ โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน

โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน เกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๐ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหน่วยแพทย์ไปยังท้องถิ่นกันดาร เพื่อให้การตรวจรักษาราษฎรโดยไม่คิดมูลค่า ต่อมาได้จัดตั้งหน่วยทันตแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานทำการตรวจรักษาโรคฟันร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จไปทรงเยี่ยมโครงการชาวเขา ได้ทรงพบว่า ราษฎรที่มารอรับเสด็จอยู่นั้นป่วยกันเป็นจำนวนมาก จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดกล้าฯ ให้แพทย์ประจำพระองค์ที่ตามเสด็จ ให้การตรวจและรักษาผู้ป่วยเหล่านั้น นับเป็นต้นกำเนิดของคำว่า "แพทย์พระราชทาน"

๔.๒ โครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์

โครงการตามพระราชประสงค์ หมายถึง โครงการที่ทรงศึกษาปฏิบัติส่วนพระองค์กับผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์สาขาต่างๆ เมื่อได้ผลดีแล้วจึงทรงนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน โดยโครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์ เริ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของราษฎรที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส นิคมนี้มีสถานีอนามัยเพียงแห่งเดียว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดแพทย์หมุนเวียนเข้าไปบริการตรวจรักษา แพทย์และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลนราธิวาสและโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ออกไปปฏิบัติการสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง เป็นประจำ

๔.๓ โครงการศัลยแพทย์อาสา ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ แพทย์อาสาสมัครซึ่งเป็นศัลยแพทย์อาวุโสและมากประสบการณ์เล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีศัลยแพทย์ไปช่วยปฏิบัติงาน ณ โรงพยาบาลประจำจังหวัดสกลนคร ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานประทับที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จึงได้มีการศึกษาหาข้อมูลความต้องการของโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ ในด้านศัลยกรรม และรวบรวมจัดทำทำเนียบศัลยแพทย์อาสา และก่อตั้งวิทยาลัยศัลยแพทย์ขึ้น ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับวิทยาลัยศัลยแพทย์ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเปลี่ยนชื่อเป็น ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

๔.๔ โครงการแพทย์ หู คอ จมูก และ โรคภูมิแพ้พระราชทาน

เริ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ เนื่องจากมีราษฎรจำนวนมากที่เจ็บป่วยด้วยโรคหู คอ จมูก และโรคภูมิแพ้ จึงโปรดเกล้าฯให้จัดหน่วยแพทย์อาสาสมัครผลัดกันออกไปปฏิบัติหน้าที่ประจำโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่เสด็จแปรพระราชฐาน โดยอาศัยแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รามาธิบดี ราชวิถี โรงพยาบาลประจำจังหวัดนครราชสีมา และโรงพยาบาลประจำจังหวัดนครพนม ผลัดเปลี่ยนกันมาปฏิบัติราชการชุดละ ๒ สัปดาห์เริ่มที่จังหวัดนราธิวาสก่อน ต่อมาขยายการปฏิบัติงานไปที่จังหวัดสกลนคร และที่โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่

๔.๕ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน

ในปี ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชปรารภว่า เวลาพระองค์มีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็มีทันตแพทย์ดูแลรักษา แล้วเวลาราษฎรที่อยู่ห่างไกลจะมีทันตแพทย์ช่วยรักษาหรือเปล่าในเวลาต่อมา ทรงทราบว่าทันตแพทย์นั้นมีน้อยและมีอยู่ตามโรงพยาบาลประจำจังหวัดเท่านั้น บางจังหวัดก็ไม่มี พระองค์ทรงรับสั่งว่า การที่จะให้ราษฎรที่ยากจนที่มีปัญหาเรื่องฟัน หยุดการทำนาทำไร่ เดินทางไปหาแพทย์นั้น เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง ในทางตรงกันข้าม หากเป็นการให้บริการเคลื่อนที่ไปสู่ประชาชน ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ทางหนึ่งและทรงตรัสแก่ทันตแพทย์สี สิริสิงห์ ทันตแพทย์ประจำพระองค์ว่า

"ฉันต้องการให้หมอช่วยไปดูแลบำบัดทุกข์ให้แก่นักเรียนและประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นกันดารห่างไกลหมอและจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดตามความจำเป็นโดยให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปโดยรถยนต์และตระเวนไปตามถนนหนทาง ตามหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลชนบท

หน่วยทันตกรรมพระราชทานจึงก่อกำเนิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อรถยนต์ พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือทำฟัน มีทันตแพทย์อาสาออกปฏิบัติงาน โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๑๒ เพื่อส่งทันตแพทย์อาสาสมัครออกช่วยเหลือบำบัดโรคเกี่ยวกับฟัน ตลอดจนสอนการรักษาอนามัยของปากและฟันแก่เด็ก นักเรียนและประชาชนที่อยู่ในท้องที่ทุรกันดาร

 

๕. มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีการก่อตั้งมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ในวโรกาสเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ครบ 100 ปี ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชเกียรติคุณพระผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อวงการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมอารยประเทศ จึงได้จัดตั้ง มูลนิธิรางวัลมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์และได้เปลี่ยนแปลงเป็น มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 มีการมอบรางวัลแก่บุคคลหรือองค์กรที่ปฏิบัติงาน และวิจัยดีเด่นทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และตั้งแต่ พ.ศ. 2550 มูลนิธิได้ร่วมกับองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่นมหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลกมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation) จัดให้มีการประชุมวิชาการด้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศประจำปี เรียกชื่อว่า “Prince Mahidol Award Conference” ขึ้น โดยมุ่งเน้นประเด็นที่มีความสำคัญต่อการสาธารณสุขระดับโลก

 

  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (พ.ศ. ๒๕๕๙ – ปัจจุบัน)

            พระองค์ทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศและทรงสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับอำเภอที่สร้างขึ้นในพื้นที่ห่างไกลและกันดาร และได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์และเปิดโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน ๒๑ แห่ง ทั้งทรงเสด็จเยี่ยมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสนับสนุนให้มีอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ทันสมัยเพื่อสามารถให้บริการที่ดีแก่ราษฎร และพระราชทานพระราโชบายแก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้มีประสิทธิภาพสามารถให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน

นอกจากนั้นยังทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการจัดสร้างอาคารศูนย์โรคหัวใจ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ และเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนที่หมู่บ้านสันติ ๒ ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา และในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พระองค์ได้ทรงสนับสนุนโครงการตรวจสุขภาพภิกษุ สามเณร และผู้นำศาสนาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ 

กระทรวงสาธารณสุขได้สืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ โดยมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันจัดทำโครงการ หน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรเนื่องในวโรกาสที่ทรงครอง สิริราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยจัดขึ้นในวันที่ ๑๓-๑๔ พ.ค. ๒๕๖๐ ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัด ปราจีนบุรี

 

 


ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑
หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข

 

 

|